หน้าเว็บ

วันจันทร์ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2555

ข่าวเช้าจากบัวหลวง 10/9/55

General News


• ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของเยอรมัน เดือนก.ค.เพิ่มขึ้น 1.3% จากเดือนมิ.ย.ที่หดตัวลง 0.4% โดยได้ปัจจัยหนุนจากผลผลิตสินค้าทุนมีความแข็งแกร่งมากขึ้น สวนทางกับที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ชี้ให้เห็นว่าระบบเศรษฐกิจของเยอรมันยังสามารถต้านทานวิกฤตหนี้สาธารณะในภูมิภาคได้

• ผลผลิตภ...าคอุตสาหกรรมของสเปนเดือนก.ค. ลดลง 2.6% ซึ่งเป็นการหดตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 11 บ่งบอกถึงความอ่อนแอของเศรษฐกิจทั้งภาคการผลิตและภาคบริการ ทำให้สเปนอาจจำเป็นต้องขอความช่วยเหลือด้านการเงินจากนานาชาติ

• นายกรัฐมนตรีโปรตุเกส ประกาศมาตรการรัดเข็มขัดล่าสุด ประกอบด้วยการเพิ่มสัดส่วนเงินประกันสังคมจาก 11% เป็น 18% ของเงินเดือน และลดเงินสวัสดิการของบริษัทจาก 23.75% เหลือ 18% เพื่อกระตุ้นให้บริษัทจ้างงานมากขึ้นและช่วยประเทศบรรเทาวิกฤตหนี้

• ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของอังกฤษในเดือนส.ค. เพิ่มขึ้น 0.5% เมื่อเทียบกับเดือนก.ค. ซึ่งเป็นผลจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น จึงทำให้ต้นทุนของผู้ผลิตสูงขึ้นตาม หากกลุ่มผู้ค้าปลีกผลักภาระต้นทุนไปให้ผู้บริโภค อาจทำให้อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

• ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรของสหรัฐในเดือนส.ค. ปรับตัวเพิ่มขึ้น 96,000 ตำแหน่ง ซึ่งน้อยกว่าที่คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 125,000 ตำแหน่ง ขณะที่อัตราการว่างงานลดลงสู่ระดับ 8.1% โดยธนาคารกลางสหรัฐกำลังจับตาสถานการณ์ในตลาดแรงงานอย่างใกล้ชิด เพื่อเป็นปัจจัยประกอบการตัดสินใจว่าจะมีการใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่หรือไม่ ดังนั้น มูดีส์ จึงคาดการณ์ว่ามีความเป็นไปได้มากขึ้นที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะประกาศใช้มาตรการ QE3

• ประธานาธิบดี หู จิ่น เทา ของจีน ประกาศสนันสนุนโครงการสาธารณูปโภคพื้นฐานเพื่อผลักดันเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนและมีเสถียรภาพควบคู่ไปกับการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ รวมถึงยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีขึ้นให้สอดคล้องกับภาะวะเศรษฐกิจในปีนี้ที่เศรษฐกิจทั่วโลกอยู่ในขาลงและไร้เสถียรภาพ

• ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของจีนในเดือนส.ค. เพิ่มขึ้น 2% เทียบกับระดับ 1.8% ในเดือนก.ค. ขณะที่ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ลดลง 3.5% เมื่อเทียบกับระดับ 2.9% ในเดือนก.ค. โดยลดลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 6 แล้ว

• ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของญี่ปุ่นประจำเดือนส.ค. เพิ่มขึ้น 0.04% สู่ระดับ 1.27324 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการแข็งค่าของยูโรเมื่อเทียบกับดอลลาร์ ทำให้มูลค่าสินทรัพย์ปรับตัวสูงขึ้นและมีขยายตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2 ซึ่งสินทรัพย์ส่วนใหญ่อยู่ในรูปของพันธบัตรรัฐบาล โดยทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของญี่ปุ่น มีจำนวนมากเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากจีน

• ตัวเลขการขยายตัวทางเศรษฐกิจของเกาหลีใต้ในไตรมาส 2 ขยายตัวเพียง 0.3% จากไตรมาสแรก ซึ่งต่ำว่าตัวเลขคาดการณ์ของธนาคารกลาง โดยเป็นผลมาจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่ำแทบทุกประเภท รวมถึงการส่งออกและนำเข้าชะลอตัวจากวิกฤตยูโรโซน จึงมีโอกาสที่ธนาคารกลางจะประกาศลดอัตราดอกเบี้ยลงในสัปดาห์หน้า

• ยอดการผลิตรถยนต์ของเกาหลีใต้เดือนส.ค. ลดลง 25.9% จากเดือนเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยมีสาเหตุจากการขาดแคลนอุปทาน เนื่องมาจากการผละงานประท้วงของค่ายรถยนต์ใหญ่ โดยคนงานของฮุนไดและเกียร์ ผละงานประท้วงประมาณ 10 ครั้งในเดือนที่แล้ว รวงถึงอุปสงค์ที่อ่อนแอจากยุโรปซึ่งยังคงเผชิญวิกฤตการคลัง 

• ผลผลิตฝ้ายของอินเดียในปี             2555–2556       มีแนวโน้มลดลง7% เนื่องจากปริมาณฝนในภูมิภาคการผลิตที่สำคัญลดลงต่ำกว่าปกติ ได้แก่ รัฐคุชราตและรัฐมหาราษฎร์ รวมถึงมีเกษตรกรบางส่วนได้เปลี่ยนไปปลูกพืชผลชนิดอื่น โดยปี             2554-2555       ผลผลิตฝ้ายของประเทศอยู่ที่ 34.7 ล้านมัด (มัดละ 170 ก.ก.)

• พม่า ได้ผ่านกฎหมายการลงทุนจากต่างชาติฉบับใหม่ โดยเปิดโอกาสให้บริษัทต่างชาติถือหุ้น 50% ในกิจการร่วมทุนกับหุ้นส่วนท้องถิ่น เพื่อให้เงินทุนต่างชาติไหลเข้ามาเพิ่มขึ้น เพราะเงินทุนและเทคโนโลยีต่างชาติมีความสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสร้างงาน เนื่องจากพม่าอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านด้านเศรษฐกิจและการเมือง รวมถึงชาวพม่ายังต้องการโอกาสทำงาน 

• รมว.คมนาคม พอใจผลการดำเนินงานในรอบ 1 ปี โดยการทำงานถือว่าประสบความสำเร็จใน 4 ด้านหลัก คือ 1.ฟื้นฟูบูรณะโครงการพื้นฐานและช่วยเหลือประชาชนจากปัญหาน้ำท่วมปี 2554 2.ดูแลปัญหาความเดือนร้อนของประชาชน 3.แก้ไขเพื่อพัฒนาโลจิสติกส์การขนส่ง และ 4.มุ่งไกลสู่อาเซียนเพื่อเชื่อมโยงโครงข่ายในภูมิภาค

• ผลการประชุม FTA ระหว่างไทยและชิลี ได้ข้อสรุปว่าข้าวไทยจะได้รับการทยอยยกเลิกภาษีจากชิลีภายใน 5 ปี ส่วนสินค้าอื่นๆ จะมีอัตราภาษีรนำเข้าที่ 0% ได้แก่ รถปิคอัพ สินค้าและผลิตภัณฑ์ยาง สินค้าในหมวดปูนซีเมนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน 

Equity Market 


• SET Index ปิดที่ 1,246.10 จุด เพิ่มขึ้น 2.18 จุด หรือ +0.18% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 34,654.58 ล้านบาท โดยนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 272.98 ล้านบาท ทั้งนี้ ดัชนีตลาดหุ้นไทยแกว่งตัวในแดนบวกตลอดวัน รับข่าวที่ ECB จะเข้าซื้อพันธบัตรไม่จำกัดปริมาณ แต่ยังคงมีความกังวลผลการประชุม FOMC ในวันที่ 12-13 ก.ย. ว่าจะมีการออก QE3 หรือไม่ 

• ตลท. เปิดเผยว่า บริษัทจดทะเบียน 116 แห่งและตลาดหลักทรัพย์ MAI ประกาศจ่ายปันผลงวดครึ่งปีแรก รวม 118,703 ล้านบาท จากระดับ 117,126 ล้านบาทในปี 2554 เป็นการสร้างสถิติปันผลเกินแสนล้านบาทเป็นปีที่สองและสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยหมวดธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ธนาคาร การแพทย์ พาณิชย์ อาหารและเครื่องดื่ม ทำสถิติจ่ายเงินปันผลระหว่างการสูงสุด

Fixed Income Market


• อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยปรับตัวเพิ่มขึ้น -0.01% ถึง +0.10% มูลค่าการซื้อขาย 56,097 ล้านบาทและมีนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 2,063 ล้านบาทดูเพิ่มเติม

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น