หน้าเว็บ

วันพุธที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2555

ข่าวเช้าจากบัวหลวง 5/9/55

General News
------------------



• มูดี้ส์ ปรับลดมุมมองอันดับความน่าเชื่อถือสหภาพยุโรปจากมีเสถียรภาพเป็นเชิงลบ สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มความน่าเชื่อถือที่เป็นลบของประเทศรายใหญ่ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือสูงเป็น Aaa และมีส่วนในการจ่ายเงินสมทบในงบประมาณของอียูจำนวนมาก ซึ่งได้แก่ เยอรมนี ฝรั่งเศส อังกฤษ และ เนเธอร์แลนด์ โดยยอดรวมของเงินจ่ายสมทบของประเ...ทศเหล่านี้คิดเป็นสัดส่วน 45% ของรายได้ด้านงบประมาณทั้งหมดของอียู

• ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของยูโรโซนในเดือน ก.ค.เพิ่มขึ้น 0.4% จากเดือน มิ.ย. หลังจากที่ปรับตัวลง 2 เดือนติดต่อกัน และเพิ่มขึ้น 1.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน ทั้งนี้ การปรับตัวขึ้นของดัชนี PPI อาจจะส่งผลต่ออัตราเงินเฟ้อทั่วไปของยูโรโซนหากผู้ค้าปลีกผลักภาระต้นทุนไปยังผู้บริโภค ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการใช้จ่ายของภาคครัวเรือน ขณะที่การฟื้นตัวยังอยู่ในภาวะเปราะบาง

• GDP ในไตรมาส 2 ของสวิตเซอร์แลนด์หดตัวลงเป็นครั้งแรกในรอบ 9 เดือน โดยหดตัวลง 0.1% จากไตรมาสแรก หลังจากที่ขยายตัว 0.5% แต่เติบโตขึ้น 0.5% เมื่อเทียบจากปีที่แล้ว หลังจากเติบโตขึ้น 1.2 % ในไตรมาสแรก

• อัตราเงินเฟ้อรายปีในกลุ่มประเทศสมาชิก OECD 34 ประเทศ ขยายตัว 1.9% ในเดือนก.ค. ชะลอลงจาก 2.0% ในเดือนก่อน โดยลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 ติดต่อกัน และต่ำสุดนับแต่ปลายปี 2553 ซึ่งทำให้มีความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางที่สำคัญๆ จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยหรือดำเนินมาตรการเพิ่มเติมเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อรับมือกับภาวะชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก

• สถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) รายงานว่า ดัชนีภาคการผลิต เดือน ส.ค.ลดลงสู่ 49.6 จาก 49.8 ในเดือนก.ค. ซึ่งตัวเลขที่ต่ำกว่า 50 บ่งชี้ว่า กิจกรรมในภาคการผลิตยังคงอยู่ในภาวะหดตัวต่อเนื่องจากเดือนก่อนหน้า 

• Reuters รายงานว่า พฤติกรรมการให้กู้เพื่อซื้อรถยนต์ในสหรัฐแก่ผู้ที่มีความสามารถในการชำระคืนต่ำกว่ามาตรฐาน (Subprime) กำลังกลับไปเหมือนที่เคยทำกันในไม่กี่ปีที่ผ่านมาอีกแล้ว ทั้งที่การกระทำเช่นนั้นได้นำปัญหามาสู่จุดเริ่มต้นของวิกฤติการเงินในอเมริกาที่ลากยาวมาจนถึงวันนี้ 

• Capital Economics Ltd. อันเป็นบริษัทวิเคราะห์วิจัยซึ่งมีสำนักงานใหญ่ที่ลอนดอน ให้ข่าวต่อลูกค้าซึ่งเป็นผู้ลงทุนสถาบันว่า...

“ในหลายๆ สัปดาห์หน้านี้ จะให้ข้อมูลวิเคราะห์เจาะลึกมากขึ้นเกี่ยวกับเศรษฐกิจในตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) ซึ่งรวมทั้งอาฟริกา EM ในยุโรป ละตินอเมริกา ตะวันออกกลาง และ เอเชีย” อันเป็นการแสดงให้เห็นถึง Trend การลงทุนที่กำลังเปลี่ยนไปสนใจใน Emerging Market มากขึ้น

• รอยเตอร์ รายงานว่า ธนาคารกลางจีน (PBOC) จะอัดฉีดเงิน 9.5 หมื่นล้านหยวน (1.498 หมื่นล้านดอลลาร์) เข้าสู่ตลาดเงินผ่านการทำธุรกรรมการซื้อพันธบัตรโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse REPO --- reverse repurchase agreement) ระยะ 7 วัน มูลค่า 5.5 หมื่นล้านหยวน และ 14 วันมูลค่า 4.0 หมื่นล้านหยวน

• จีน เริ่มคุมเข้มการตรวจสอบควบคุมการใช้พลังงานและการประหยัดพลังงานในสถานประกอบการที่ใช้พลังงานจำนวนมากประมาณ 17,000 แห่งทั่วประเทศ โดยให้บันทึกการใช้พลังงาน และรายงานผ่านระบบออนไลน์

• IMF อาจจะปรับลดคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของเกาหลีใต้ในปีนี้ลง จาก 3.25% สู่ระดับต่ำกว่า 3% ตามการทบทวนแนวโน้มเศรษฐกิจโลก

• หอการค้าไทย คาดว่า GDP ปีนี้จะเติบโตประมาณ 5.0%-5.5% ภายใต้สมมติฐานว่าการส่งออกจะเติบโต 6%-8% ซึ่งลดลงจากเดิมที่เคยคาดไว้เนื่องจากสถานการณ์ส่งออกจะยังผันผวนสูงในช่วงครึ่งปีหลัง ประกอบกับเศรษฐกิจโลกมีการชะลอตัว 

ประมาณการดังกล่าวถือว่ามีทิศทางสอดคล้องกับ ธปท.ที่คาดว่าปีนี้เศรษฐกิจจะเติบโต 5.7% 

• ธปท. กล่าวว่า ปัญหาเศรษฐกิจยุโรปยังไม่กระทบกับการบริโภคและการลงทุนในประเทศในขณะนี้ที่ยังขยายตัวได้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะการลงทุนภาคเอกชน ที่ล่าสุดขยายตัวได้ค่อนข้างสูงกว่า 19% ในเดือน ก.ค.เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะที่สินเชื่อสถาบันการเงินก็ยังขยายตัวต่อเนื่องเช่นกัน แต่ภาคที่ถูกกระทบชัดเจนคือการส่งออก

Equity Market
------------------



• SET Index ปิดที่ 1,236.31 จุด เพิ่มขึ้น 0.83 จุด หรือ +0.07% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 25,124 ล้านบาท โดยนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 182 ล้านบาท ทั้งนี้ ดัชนีเคลื่อนไหวขึ้นลงแคบ ๆ จากการที่นักลงทุนรอผลการประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) วันที่ 6 ก.ย.นี้ และรอข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐปลายสัปดาห์นี้

• Goldman Sachs ปรับลดคาดการณ์อัตราการเติบโตของผลกำไรบริษัทจดทะเบียนใน MSCI China Index ว่า อาจเพิ่มขึ้น 1.8% ในปีนี้ และ 8.6% ในปีหน้า หลังจากก่อนหน้านี้ ประเมินว่า อัตราการเติบโตของผลกำไรจะอยู่ที่ 6.0% ในปีนี้ และ 12.3% ในปีหน้า 

ทั้งนี้ ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2555 กำไรต่อหุ้นของบริษัทใน MSCI China Index ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบริษัทจีนที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นฮ่องกงเพิ่มขึ้นเพียง 2% ชะลอตัวลงอย่างมากจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ที่พุ่งขึ้นถึง 28%

Fixed Income Market

--------------------------


• อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยเปลี่ยนแปลงค่อนข้างทรงตัว โดยมีเพียงช่วงอาย 2-10 ปีที่เพิ่มขึ้น 0.01% 

• ธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) ลงมติตรึงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 3.5% สอดคล้องกับที่ตลาดคาดการณ์ไว้ โดยเศรษฐกิจภายในประเทศที่มีความยืดหยุ่นช่วยให้ RBA มีเวลาในการประเมินผลกระทบจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในช่วงที่ผ่านมา


Guru Corner
-----------------



• Marc Faber กล่าวว่า การประชุม FOMC ที่ Jackson Hole ไม่ได้ให้ข้อมูลอะไรที่นอกเหนือไป จากสิ่งที่ผู้ลงทุนอย่างเรารู้อยู่แล้ว และสิ่งที่ Ben Bernanke ประธานธนาคารกลางสหรัฐกล่าวก็คือ FED จะออก QE3 ถ้าสถานการณ์เอื้ออำนวย 

ซึ่งผมเชื่อว่าสถานการณ์จะเอื้อ อำนวยแน่ๆ แล้ว QE3 ก็จะออกมา ดังนั้น คำถามก็คือ 1. เมื่อไหร่มันจะถึงสถานการณ์นั้น และ 2. ในขณะนี้ราคาหุ้นกับอสังหาริมทรัพย์ในสหรัฐรับรู้เรื่อง QE3 ไปแล้วเพียงใด

• Jim Rogers กล่าวว่า FED กำลังจะพิมพ์เงินออกมาอีกแล้วทั้งๆ ที่เป็นสิ่งผิด ซึ่งถ้าดูที่งบดุลของ FED จะเห็นว่ามันโป่งขึ้นมหาศาล และแม้ว่า FED จะอับอายบ้างที่ทั้ง QE1 กับ QE2 ที่ออกมาแล้วไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น แต่เชื่อว่าในที่สุดก็จะออก QE3 ออกมาอยู่ดีเพราะนั่นเป็นเรื่องเดียวที่ FED รู้

• Jim Rogers ให้สัมภาษณ์เรื่องอินเดียว่า สัดส่วนหนี้ต่อ GDP ของอินเดียสูงถึง 90% แล้ว และมีการวิจัยที่พิสูจน์ว่ามันยากที่จะเติบโตได้ดีเมื่อมีหนี้จำนวนมากขนาดนั้น ผมเลยขาย Short อินเดียไปแล้วดูเพิ่มเติม

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น