General News
-----------------
• ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ประกาศโครงการซื้อพันธบัตรรัฐบาลแบบไม่จำกัดจำนวนเพื่อควบคุมต้นทุนการกู้ยืมของประเทศสมาชิกให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม โดย ECB จะมุ่งเน้นการเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลอายุ 1-3 ปีเพื่อลดต้นทุนในช่วงอายุดังกล่าวลง
อย่างไรก็ตาม การเข้าแทรกแซงต้นทุนการกู้ยืมของ ECB จะเริ่มขึ้นเมื่อมีการร้องขอจากรัฐบาลของประเทศดังกล่าว และต้องมีการลงนามตามเงื่อนไขที่กำหนด โดย ECB ยังมีสิทธิในการยกเลิกโครงการดังกล่าวในกรณีที่มีการผิดจากเงื่อนไข
• หลังจาก ECB ออกมาตรการรับซื้อพันธบัตรไม่จำกัดปริมาณออกมา ธนาคารกลางเยอรมัน (Bundesbank) ก็ออกมากล่าวว่า “ไม่เอาด้วย จะคัดค้าน” แต่ราคาหุ้นในตลาดต่างๆ ต่างตอบรับมาตรการของ ECB จนสื่อออนไลน์เอาไปพาดหัวข่าวว่า “ตลาดเชียร์ให้ Bundesbank ตาย” ฝันร้ายของ Bundesbank ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว (ดูรูปประกอบ)
• อัตราการว่างงานของฝรั่งเศสในไตรมาส 2 เพิ่มขึ้นแตะระดับ 10.2% จากเดิม 10% ในไตรมาสก่อน ซึ่งสูงสุดในรอบ 13 ปี โดยปัจจุบันบริษัทขนาดใหญ่อย่าง เปอโยต์ และ แอร์ฟรานซ์ มีแผนลดพนักงานลงหลายพันตำแหน่ง เพื่อลดปัญหาการขาดทุนจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจ
• ราคาที่อยู่อาศัยของอังกฤษในเดือน ส.ค.ลดลง 0.4% จากเดือนก่อน และลดลง 1.1% จากปีก่อน ซึ่งเป็นการลดลง 2 เดือนติดกัน โดยผู้ขายบ้านส่วนใหญ่ได้ลดราคาขายลง 2.4% หลังจบกีฬาโอลิมปิค เนื่องจากตลาดอสังหาริมทรัพย์ของอังกฤษยังคงได้รับปัจจัยกดดันจากการหดตัวของเศรษฐกิจในประเทศ และจากวิกฤตหนี้สาธารณะในยูโรโซน
• OECD กล่าวว่า วิกฤตยูโรโซนทำให้เศรษฐกิจโลกอ่อนแอลง เนื่องจากส่งผลกระทบอย่างรุน แรงต่อการค้าและความเชื่อมั่นทั่วโลก และปัญหาทางการเงินของประเทศสมาชิกขนาดเล็กได้เริ่มลุกลามไปยังประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ขึ้น ดังนั้น ภาคการเมืองและภาคเศรษฐกิจของยูโรโซนควรรีบดำเนินการอย่างจริงจังมากขึ้นเพื่อฟื้นความเชื่อมั่นให้กลับคืนมา
• ดัชนีภาคบริการของสหรัฐในเดือน ส.ค.เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 53.7 จาก 52.6 ในเดือนก่อน เป็นผลมาจากการจ้างงานและการส่งออกที่ปรับตัวดีขึ้น ทั้งนี้ ภาคบริการมีสัดส่วน 90% ของระบบเศรษฐกิจสหรัฐ และดัชนีที่อยู่เหนือระดับ 50 จุดแสดงว่าภาคบริการของสหรัฐมีการขยายตัว
• ภาคเอกชนของสหรัฐมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 201,000 ตำแหน่งในเดือน ส.ค. จาก 173,000 ตำแหน่งในเดือนก่อน โดยภาคบริการมีการจ้างงานเพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 185,000 ตำแหน่ง สอด คล้องกับดัชนีภาคบริการที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น และอยู่ในระดับที่บ่งชี้ว่ามีการขยายตัวแล้ว
• ผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาลดลง 12,000 ราย มาอยู่ที่ 365,000 ราย ซึ่งเป็นการลดลงอย่างต่อเนื่องตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้มีความหวังว่าตลาดแรงงานของสหรัฐยังคงมีแนวโน้มที่จะฟื้นตัวกลับมาได้ในอนาคต โดยวันนี้จะมีการเปิดเผยอัตราการว่างงานเดือน ส.ค. ซึ่งจะเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ FED ใช้ตัดสินใจเริ่มมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ
• ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ระบุว่า BOJ ให้ความสำคัญอย่างมากต่อผลกระทบเชิงลบต่อเศรษฐกิจจากการแข็งค่าของเงินเยน โดยการแข็งค่าในช่วงที่ผ่านมาได้ส่งผลกระทบต่อการส่งออกและผลการดำเนินงานของบริษัทในญี่ปุ่นอย่างมาก จนทำให้บรรยากาศธุรกิจของญี่ปุ่นแย่ลง
ทั้งนี้ BOJ กำหนดจะประชุมนโยบายครั้งต่อไปในวันที่ 18-19 ก.ย.นี้ และมีความพร้อมที่จะเพิ่มมาตรการต่างๆ ที่จำเป็นในการรักษาเสถียรภาพของเศรษฐกิจญี่ปุ่นไว้
• อัตราว่างงานของออสเตรเลียเดือน ส.ค.ลดลงมาอยู่ที่ 5.1% จาก 5.2% ในเดือนก่อน แม้จะเผชิญกับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก แต่การจ้างงานประจำยังคงเพิ่มขึ้น 600 ตำแหน่ง โดยเฉพาะการจ้างงานภาคอุตสาหกรรมเหมืองที่เพิ่มต่อเนื่อง
• จีนอนุมัติโครงการลงทุนทางเดินรถไฟในชนบท 25 โครงการ มูลค่ากว่า 8 แสนล้านหยวน (1.27 แสนล้านดอลลาร์) ซึ่งเป็นความพยายามครั้งใหม่ของรัฐที่จะกระตุ้นการขยายตัวทางเศรษฐกิจจากภายในประเทศ เพื่อทดแทนความต้องการจากภายนอกที่อ่อนแอลงเนื่องจากผลของเศรษฐกิจที่ชะลอตัวในยุโรปและสหรัฐ
• ฟิทช์ เรทติ้งส์ เพิ่มอันดับความน่าเชื่อถือของเกาหลีใต้ขึ้น 1 ขั้น เป็น AA- ซึ่งเหนือกว่าจีน และ ญี่ปุ่น ที่อยู่ที่ A+
• คณะกรรมการเศรษฐกิจสภานิติบัญญัติแห่งชาติเวียดนาม ระบุว่า เวียดนามอาจต้องขอความช่วยเหลือทางการเงินจาก IMF เพื่อช่วยเพิ่มทุนให้ภาคธนาคารในประเทศ โดยคณะกรรมการคาดว่าต้องใช้เงินสูงถึง 12 พันล้านดอลลาร์เพื่อช่วยเร่งแก้ปัญหาหนี้เสียในระบบธนาคารที่สูงถึง 4.47% ณ สิ้นเดือน พ.ค. เพิ่มขึ้นจาก 3.07% ณ สิ้นปี 2554 อันเป็นระดับหนี้เสียที่สูงที่สุดในภูมิภาคอาเซียน
ทั้งนี้ คณะกรรมการเตือนว่าการแก้ไขปัญหาที่ล่าช้าอาจทำให้เกิดความไม่เชื่อมั่นต่อระบบธนาคารและทำให้เศรษฐกิจเวียดนามเข้าสู่ภาวะการชะงักงันในระยะยาว
• OAG ผู้นำด้านบริการข้อมูลตารางเที่ยวบิน กล่าวในรายงานเดือน ก.ย.ว่า ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะมีการเติบโตของธุรกิจการบินที่แข็งแกร่งอย่างมากในอนาคต เพราะได้รับปัจจัยสนับสนุนจากเศรษฐกิจที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว และการเป็นตลาดสายการบินระดับภูมิภาคที่ใหญ่ที่สุดในโลก
ทั้งนี้ แม้แอตแลนต้ายังคงรักษาตำแหน่งศูนย์กลางการบินของโลกไว้ได้ด้วยจำนวนเที่ยวบินที่ทรงตัวจากปีก่อน แต่ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกก็มีการเติบโตของจำนวนที่นั่งที่เพิ่มขึ้นถึง 32% หรือ 5.8 ล้านที่นั่งจากช่วงเดียวกันของปีก่อน
• คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) มีมติปรับขึ้นค่า Ft งวดเดือน ก.ย.-ธ.ค. 2555 อีก 18 สตางค์/หน่วย เป็น 68.24 สตางค์/หน่วย ทั้งนี้ เนื่องจากต้นทุนผลิตไฟฟ้าในปัจจุบันเพิ่มขึ้น 38.24 สต./หน่วย ตามราคาเชื้อเพลิงทุกประเภทที่เพิ่มขึ้น
แต่เพื่อเป็นการบรรเทาภาระของประชาชน กกพ.จึงให้ กฟผ แบกรับภาระบางส่วนอีก 20.24 สต./หน่วย เป็นการชั่วคราว
• ธปท. เปิดเผยว่า สินเชื่อในระบบธนาคารที่ขยายตัวในระดับสูงตลอดช่วงที่ผ่านมายังไม่มีสัญญาณผิดปกติ เนื่องจากเป็นการเร่งตัวขึ้นของสินเชื่อจากผลกระทบของอุทกภัยช่วงปลายปีที่แล้ว อีกทั้งยังได้รับปัจจัยสนับสนุนจากนโยบายรัฐอย่างโครงการบ้านหลังแรก รถยนต์คันแรก และการปล่อยซอฟท์โลนให้กับผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย
ทั้งนี้ มาตรฐานการปล่อยสินเชื่อของธนาคารยังคงมีความเข้มงวดดีและมีความระวังต่อทิศทางของเศรษฐกิจในอนาคต
Equity Market
-----------------
• ตลาดหุ้นทั้งยุโรปและสหรัฐอเมริกาต่างตอบรับมาตรการของ ECB และตัวเลขจ้างงานที่ดีขึ้นของสหรัฐในเชิงบวก
• SET Index ปิดที่ 1,243.92 จุด เพิ่มขึ้น 10.08 จุด หรือ +0.82% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 29,317 ล้านบาท โดยนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 131.79 ล้านบาท ทั้งนี้ ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นจากปัจจัยสนับสนุนของหุ้นกลุ่มสื่อสารที่เพิ่มขึ้นหลังจากมีความชัดเจนเรื่องการประมูล 3G รวมถึงนักลงทุนคาดหวังในเชิงบวกต่อผลการประชุม ECB ในคืนนี้ว่าจะมีมาตรการแก้ไขปัญหาวิกฤตหนี้สาธารณะที่เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น
Fixed Income Market
-------------------------
• อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยปรับตัวเพิ่มขึ้น +0.00% ถึง +0.03% สำหรับวันนี้มีการประมูลพันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทยอายุ 14 วัน มูลค่า 42,000 ล้านบาท
• รัฐบาลวางแผนจะออกพันธบัตรสำหรับปีงบประมาณ 2556 รวม 591 พันล้านบาท แบ่งเป็น
พันธบัตรอายุ 3 และ 5 ปี อย่างละ 90 พันล้านบาท
พันธบัตรอายุ 7 ปีมูลค่า 80 พันล้านบาท
พันธบัตรอายุ 10 ปีมูลค่า 85 พันล้านบาท
พันธบัตรอายุ 15 ปี 50 พันล้านบาท
พันธบัตรอายุ 30 และ 50 ปี อย่างละ 40 พันล้านบาท
ซึ่งรวมถึงการออกพันธบัตรชดเชยเงินเฟ้อ (Inflation Linked Bond) อายุ 10 และ 15 ปีมูลค่ารวม 50 พันล้านบาทไว้แล้ว
• ธนาคารกลางยุโรป อังกฤษ และ มาเลเซีย มีมติคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิมที่ 0.75%, 0.5% และ 3.0% ตามลำดับ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น