หน้าเว็บ

วันอังคารที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2555

ข่าวเช้าจากบัวหลวง 11/9/55

General News


• IMF ประกาศให้การสนันสนุนต่อแผนการซื้อพันธบัตรโดยไม่จำกัดของธ. กลางยุโรป (ECB) เนื่องจากเป็นการรับประกันว่าประเทศที่มีปัญหาจะสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ ซึ่งนับเป็นสัญญาณบ่งชี้ที่ชัดเจนว่า ECB จะมีบทบาทเชิงรุกมากขึ้นในการแก้ไขปัญหาวิกฤตของ ยูโรโซน ทั้งนี้ IMF พร้อมที่จะเข้าร่วมในการกำหนดเงื่อนไขและตรวจสอบการดำเนินโครงการดังกล่าว

• นายฟรองซัวส์ ออลลองด์ ปธน.ฝรั่งเศส ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจฝรั่งเศสในปี 2556 ลงมาอยู่ที่ระดับ 0.8% จากเดิม 1.2% พร้อมทั้งยอมรับว่า งบประมาณในปีหน้าอาจอยู่ในภาวะตึงตัวมากที่สุดในรอบ 30 ปี อย่างไรก็ตาม ได้ให้คำมั่นสัญญาที่จะฟื้นฟูสถานะการคลังของรัฐบาลให้กลับมาแข็งแกร่งภายในเวลา 2 ปี

• การผลิตภาคอุตสาหกรรมของฝรั่งเศสในเดือนก.ค.ปรับตัวขึ้น 0.2% เมื่อเทียบกับเดือนมิ.ย. โดยเป็นการเพิ่มขึ้นจากอุตสาหกรรมกลั่นน้ำมันและอุตสาหกรรมรถยนต์ อย่างไรก็ตาม หากเทียบกับเดือนก.ค.ปี 2554แล้ว ดัชนียังคงอยู่ในระดับที่ทรงตัว

• กรีซและทรอยกายังไม่ได้ข้อสรุปเรื่องแผนการกู้เงินฉุกเฉินเพื่อกอบกู้เศรษฐกิจที่อยู่ในสภาพใกล้ล้มละลายของกรีซ โดยทรอยการะบุว่าแผนลดการใช้จ่ายของภาครัฐจำนวน 11,500 ล้านยูโร ภายในระยะเวลา 2 ปีที่กรีซเสนอมานั้นยังไม่มีความชัดเจนเพียงพอ โดยคาดว่าจะสามารถตัดสินใจเรื่องจะให้เงินกู้ช่วยเหลือรอบใหม่แก่กรีซหรือไม่ ภายในต้นเดือนหน้า

• สนง.สถิติแห่งชาติอิตาลี (Istat) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจของอิตาลีในไตรมาส 2 ปี 2555 ปรับตัวลง 0.8% จากไตรมาสแรก และลดลง 2.6% จากไตรมาส 2 ปี 2554 เนื่องจาก อุปสงค์ภายในประเทศที่อยู่ในภาวะอ่อนแอ

• การส่งออกของจีนในเดือนส.ค. ขยายตัวในอัตราที่ช้าลงที่ 2.7% เมื่อเทียบเป็นรายปี บ่งชี้ถึงภาวะอ่อนแอต่อเนื่องของเศรษฐกิจโลก ในขณะที่การนำเข้าลดลงเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน โดยปรับตัวลง 2.6% จากปีก่อน ทั้งนี้ การลดลงของการส่งออกที่ถือเป็นปัจจัยสำคัญต่อเศรษฐกิจของจีน (สัดส่วนประมาณ 25% ของ GDP) อาจส่งผลต่อภาวะการจ้างงานและการบริโภคภาคเอกชนของจีนได้

• ญี่ปุ่นปรับลดประเมินอัตราการขยายตัวของ GDP ของช่วงไตรมาส 2 ปี 2555 ลงมาอยู่ที่ระดับ 0.7% ต่อปี จากก่อนหน้านี้ที่ประเมินไว้ที่ 1.4% เนื่องมาจากการที่ภาคเอกชนลดการลงทุนและลดการเก็บสินค้าคงคลัง ประกอบกับการบริโภคภาคครัวเรือนที่ยังคงอ่อนแอ

• ก.คลังญี่ปุ่น เปิดเผยว่า ยอดเกินดุลบัญชีเดินสะพัดของญี่ปุ่นในเดือนก.ค. ลดลง 40.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน และเป็นการลดลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 17 เนื่องมาจากการนำเข้าพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการส่งออกไปยุโรปและจีนที่ลดลงอย่างมากถึงแม้ว่าการส่งออกไปยังสหรัฐจะเพิ่มขึ้นจากสินค้าประเภทรถยนต์ก็ตาม

• ความเชื่อมั่นผู้บริโภคญี่ปุ่นในเดือนส.ค.ปรับตัวดีขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 3 เดือนอยู่ที่ระดับ 40.5 จากสัญญาณการฟื้นตัวของภาวะการจ้างงานและแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของรายได้

• จำนวนบริษัทล้มละลายในญี่ปุ่นในเดือนส.ค.ลดลง 5.75% เทียบกับเดือนส.ค.ปีที่แล้ว สู่ระดับ 967 แห่ง นับเป็นจำนวนที่ลดลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3 และอยู่ในระดับต่ำที่สุดใน รอบ 20 ปี อย่างไรก็ตาม บริษัทที่อยู่ในภาคการค้าปลีก คมนาคมและการผลิตยังคงเป็นภาค ที่ต้องประสบกับภาวะล้มละลายเพิ่มขึ้น

• เกาหลีใต้ประกาศมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมวงเงิน 5.2 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1% ของ GDP) ซึ่งประกอบไปด้วย 1) มาตรการลดหย่อนภาษีเงินได้ส่วนบุคคลและภาษีการทำธุรกรรมเกี่ยวกับบ้านและรถยนต์ 2) มาตรการที่รับประกันว่ารัฐบาลระดับท้องถิ่นจะสามารถใช้จ่ายงบประมาณที่ได้รับจัดสรรอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการกระตุ้นอุปสงค์ภายในประเทศหลังจากที่การส่งออกชะลอตัวลง

• Fitch Rating คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจเวียดนามในปีนี้จะเติบโตประมาณ 5% เทียบกับ 5.89% เมื่อปี 2554 โดยที่เวียดนามกำลังรับมือความท้าทายทางเศรษฐกิจไม่ว่าจะเป็น แรงกดดันอัตราเงินเฟ้อ ดุลการชำระเงินอันเปราะบาง รวมไปถึงภาคการธนาคารที่อ่อนแอ

• ธปท. มั่นใจว่าเศรษฐกิจไทยในปีนี้น่าจะยังขยายตัวได้ในระดับที่ดี โดยคงประมาณการอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจไว้ที่ระดับ 5.7% จากแรงหนุนของการบริโภคภายในประเทศที่ยังคงแข็งแกร่ง ถึงแม้การส่งออกจะได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลง ส่งผลให้ ธปท.ยังไม่มีความจำเป็นต้องดำเนินมาตรการด้านดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในปีนี้ อย่างไรก็ตาม ในปี 2556 ปัจจัยที่ต้องติดตามได้แก่ การชะลอของเศรษฐกิจโลกซึ่งอาจมีผลต่อการส่งออกของไทย รวมไปถึงการเบิกจ่ายงบประมาณของภาครัฐซึ่งหากน้อยกว่าปีนี้อาจทำให้แรงส่งต่อเศรษฐกิจแผ่วลงได้

Equity Market 


• SET Index ปิดที่ 1,250.93 จุด เพิ่มขึ้น 4.83 จุด หรือ +0.39% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 28,045.95 ล้านบาท โดยนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 850.06 ล้านบาท ทั้งนี้ ดัชนีตลาดหุ้นไทยแกว่งตัวในแดนบวกตลอดวันเป็นไปตามทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นในภูมิภาค โดยนักลงทุนยังคง รอผลการประชุม FOMC และการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญเยอรมันกรณีจัดตั้งกองทุน ESM ที่จะมีขึ้นในช่วงกลางสัปดาห์

Fixed Income Market


• อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยปรับตัวเพิ่มขึ้น +0.01% ถึง +0.045% มูลค่าการซื้อขาย 45,731 ล้านบาทและนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 4,086 ล้านบาท สำหรับวันนี้มีการประมูลพันธบัตร ธปท. อายุ 1/3/6 เดือน มูลค่ารวม 75,000 ล้านบาท

Guru Corner

• นายจอร์จ โซรอส แสดงความเห็นว่า เยอรมนีควรเป็นผู้นำยูโรโซนออกจากภาวะถดถอย ด้วยการส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจ หรือไม่ก็เป็นฝ่ายออกจากยูโรโซนเสียเอง ซึ่งในกรณีหลังอาจทำให้ปัญหาต่างๆ คลี่คลายได้ เนื่องจากทันทีที่เยอรมนีอกจากยูโรโซนไป ค่าเงินยูโรก็จะอ่อนค่าลง ประเทศที่เป็นลูกหนี้จะมีความสามารถในการแข่งขันมากขึ้น อย่างไรก็ตาม หากยูโรโซนเกิดล่มสลายจริง ยุโรปจะย่ำแย่ยิ่งกว่าตอนเริ่มก่อตั้งยูโรโซนเสียอีก

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น